วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทัวร์ธรรมกายด้วยเงิน 20 บาท EP.01

วัดธรรมกาย!!!    

ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร  สำหรับผมแล้ว  ไม่สนใจ  แต่ก็ไม่ได้เกลียด  เพราะคิดว่า 
ไม่ใช่เรื่อง ไม่ชอบหาเรื่องให้ตัวเองปวดหัว ไม่อยากคิดมาก

ชอบสบายๆ 

ไม่อยากเล่าย้อนอะไรให้เสียเวลา  ได้ยิน ได้เสพแต่ข่าวที่ไม่ดีของวัดธรรมกาย
มาตลอดหลายปี  พรุ่งนี้มีโอกาสจะลองเข้าไปพิสูจน์ดูซิ!!!  

ตื่นตั้งแต่ตี 5 ตื่นมาทำไมไม่รู้ นอนไม่หลับ อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน หยิบเสื้อขาว เกงขายาวสีดำ
  กำตังค์เหรียญ เท่าไหร่ไม่รู้ หยิบใส่กระเป๋าทันที ไม่ได้นับ  จับมอไซค์ออกจากบ้าน
ถามตลอดทาง ไปวัดธรรมกาย ไปยังไง ไปเส้นไหน  งง มาตลอดทาง เพราะไม่เคยมา ไม่ใช่คนพื้นที่
ผ่านวัดกลางคลองสาม  ได้ไม่ไกลมากนัก เห็นละ  
ทางประตูเข้าวัด ก็ไม่เห็นจะมีอะไร  ก็เหมือนวัดทั่ว ๆ ไป 
(สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ธรรมดา)
ขี่รถเข้ามา ต้องทำหน้าเฉย ๆ  เพราะมี รปภ.อยู่ตรงทางเข้า ทำเนียน พร้อมคิดในใจ ไรวะมีรปภ.ด้วย
  (อืม แล้วไง ก็ยังรู้สึกเฉยๆ) แต่ทันที่ที่ละสายตาจากการมอง รปภ.ด้วยหางตา
ความรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต  ทำให้ข้อมือผ่อนคันเร่งลงอัตโนมัติ 
ที่ได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ธรรมดา
(เพราะความรู้สึกบอกแบบนั้น 
ว่าไม่ธรรมดา) แต่เชื่อเถอะ  ตั้งแต่ตื่นมายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง  มันหิวละ หิวววว!!! คือ หิว
(หิวแต่ไม่รู้จะไปที่ไหน  ก็ไปตามทางนี่ล่ะวะ) โชคดีมีรถเก๋งใครไม่รู้ขับแซงไป 
เหมือนมีสัญชาติญาติเอาตัวรอด ตามไป ตามรถเก๋งคันนั้นไป เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา
                          โหย  อะไรเนี่ย  ทำไมถนนข้างในวัด ซับซ้อนขนาดนี้  หิวแล้วนะ  จะได้กินข้าวไหมนี่ 
 ร้านค้ารายทางก็ไม่มี มีแต่สิ่งปลูกสร้างใหญ่ ๆ โตๆ (คนที่ไม่ชอบวัดนี้
คงติ เว่อวัง อลังการ ใช่กิจของสงฆ์มั้ย ตามที่ชอบเม้นท์ด่าวัดนี้กันประจำ
แต่สำหรับผม แล้วไงอ่ะ)  
รู้งี้แวะ 7-11 ซื้ออะไรมาเผื่อด้วยดีกว่า  แต่ไม่ทันละ รถเก๋งคันนั้นจอด
ผมก็ต้องหาที่จอด แต่ก็ยังงงๆ ว่าขี่รถตามเขาทำไม  แล้วจอดตามเขาทำไม
แต่ก็ช่างเหอะ  หิวละที่นี่ ที่ไหนทำไมคนเยอะแยะ วุ่นวายหน่อย ๆ ก็เหมือนวัดอื่นๆ นั่นแหละ
แต่ที่แปลก  คนเยอะกว่าวัดทั่วๆ ไป นี่เขาทำไรกันแถวนี้  จอดรถเสร็จ ก็ยืนเก้ๆ กังๆ
เหลียวซ้าย แลขวา หาของกิน  หาร้านค้า  ความหิวมันทรมานนะ
อีกอย่างเป็นโรคกระเพาะด้วย  (เวลากรดในกระเพาะขึ้นนี่ ทรมานสุดๆ)
มองเห็นแต่คนหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส  แต่ไม่ทันสังเกตมีพระมาเดินบิณฑบาต 7-8 รูป 
รับอาหารหวานคาวที่ตรงนี้ด้วย  (วัดไหนวะ  นั่นสิ จะวัดไหน ก็มีแต่วัดธรรมกายน่ะสิ คิดไปได้) 
ก็ไอ้พวกเม้นท์ด่า หาว่าพระวัดธรรมกายไม่บิณฑบาตรไง  แล้วนี่อะไร)  
ก็ได้แต่ยืนยิ้ม มีความสุขดีใจ  เห็นทั้งเด็กๆ วัยรุ่น รุ่นตอนกลาง ตอนปลาย ใส่บาตรหน้าตายิ้มแย้ม
ก็ทำให้ลืมหิวไปได้แป๊ปนึง หิวววอ่ะ  สักพัก ก็ชายตามองอย่างสุขุม
ไม่อยากให้ใครรู้ว่าพึ่งมาวัดนี้ครั้งแรก
                                                                                                            คลิปหอฉัน วัดธรรมกาย

เหลือบไปเห็น  โอ้ว  พระนั่งบนที่นั่ง กันเยอะแยะ หลายร้อยองค์เลย   มีอาหาร พร้อมซีลพลาสติก  จัดใส่ถาดเรียบร้อยคงรอให้มีคนประเคนให้ล่ะมั๊ง  แต่นั่นก็หมายความว่า  มีอาหารแล้ว  แล้วไง  จะถวายเมื่อไหร่ กว่าพระจะฉันเสร็จ  ตายๆๆ  จะไหวมั้ยนี่  เอาวะ รอหน่อย ทนอีกหน่อย  สวดมนต์ บทอะไรไม่รู้ ไม่เคยบวช  แต่ก็แปลกญาติโยมที่มาวัดนี้ ไม่เห็นมีใครหิ้วปิ่นโต หิ้วอาหารมาถวายพระเลย แต่ก็จะหิ้วมาทำไมนะ  อาหารที่จัด ใส่ถาดรอถวายก็เพียงพอแล้ว ที่พระท่านจะฉัน สักพักที่ไม่ทันสังเกต   ญาติโยมวัดนี้ช่างเยอะเสียจริงและมากมาย ต่างก็พร้อมใจกัน(เหมือนรู้อ่ะนะ) ตรงไปที่ที่ ถาดอาหาร เขากำลังจะทำอะไร
อ่อรอประเคนอาหารนี่เอง พอสวดมนต์บทอะไรไม่รู้สั้น ๆ พร้อมคำแปล  ถวายเสร็จรับพร ญาติโยมเขาก็เดินไปที่โต๊ะสแตนเลส ที่เรียงกันยาวววว มาก ๆ   นั่นไง บนโต๊ะแสตนเลสมี จานใส่อาหารด้วย หลายจานเยอะแยะมากมาย จะพอถึงเรามั้ยวะ  แว๊บ เดินไว เดินเนียน แซงได้แซง แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไรเลย แต่จู่ ๆ ทุกคนในแถว ราว ๆ 10 กว่าแถว ต่างก็นั่งลง พับเพียบบ้าง นั่งคุกเข่าบ้าง นั่งพนมมือด้วยอ่ะ
แต่  อุ๊ปส์  อะไรกันอีกละเนี่ย   (ยังไม่แจก ทำไมอ่ะ หิวแล้วนะ)  แล้วก็สวดอีกละ
หลับตา  ปากขมุบขมิบ เนียนๆ ไม่นาน ทุกคนก็ยืนขึ้น  มีเจ้าหน้าที่ใส่เอี๊ยมสีฟ้า หน้าตาน่ารัก หน้าตามีแต่รอยยิ้ม ทั้งชายหญิง  ช่วยกันตักข้าว ตักกับใส่จาน
พอถึงคิวเรา  มองลงในจานข้าว เห้ย...นี่มันข้าวราดแกงแถวบ้านนี่หว่า  2 อย่างก็ 30 บาทละ
แว๊บๆๆ  พี่คะไม่อิ่มมารับเพิ่มได้นะคะ  ของหวานก็มีค่ะ อยู่ด้านโน้นค่ะ เสียงเพราะๆ ยิ้มหวานๆ ทำเคลิ้มลืมหิวได้แป๊ะเดียว  มองตามที่น้องชี้ไปทางของหวาน หูย  ของหวานเจ๋งอ่ะ มีงี้ด้วย ใส่ถ้วยให้อย่างดี
เลยหยิบ มาสักถ้วย ถ้าหยิบมาเยอะเดี๋ยว เขาจะว่าโลภอีก  
                                       น้ำดื่มทางนี้นะคะ....  เสียงหวาน ๆ นี่ ทำให้เคลิ้ม ชวนติดตามคำพูดดีนักแล  
บ๊ะ!!!  น้ำถุง น้ำใสๆ ในถุงพลาสติก ซีลรอบด้านมีหลอด มีกรรไกรตัดปากถุงให้  
จะสะอาดหรอวะ  ได้ไงวะนี่    แต่คนอื่นเขาก็หยิบไป 2-3 ถุง ตามสะดวก เขาก็กินได้นี่
มองซ้ายมองขวา หาที่นั่งตามสะดวก  เห้อ!!!  ถอนหายใจ  ข้าวก็ได้แล้ว ของหวาน น้ำ ก็มีแล้ว
แต่ที่นั่งกินนี่สิ  จะไหวหรอวะ  คนเยอะแยะ ให้มานั่งกินบนพื้นนี่นะ  
อุ๊ต๊ะ...พื้นอย่างสะอาดเลย  สะอาดกว่า บ้านตูอีก  
                                     นั่งสบายใจละ  กินไปคิดไป  ธรรมกายทำได้ไงวะ  
ถ้าเรากิน  2 จาน ก็ 70 บาท แถมมีของหวานอีก ก็ 15 บาท น้ำไม่คิดละกัน
(แต่น้ำสะอาดมาก รู้สึกได้เลย น้ำที่ขายใน 7-11 จำพวกน้ำแร่ ยังไม่ได้ให้ความรู้สึกสะอาดแบบนี้เลย)
นี่ก็ 85 บาทละ  คิดไปด้วย มองคนที่มาร่วมชะตาชีวิต ณ ตรงนั้น แล้วก็ เป็นพัน เอาตัวเลขกลมๆ 
ก็พันถ้วนๆ ละกัน     แปดหมื่นห้าพันบาท  ไหนจะอาหารถวายพระอีกละ มิเป็นแสนเลยหรอ  
                                     หูยยยย  แต่ก็ยัง อึ้งต่อไป เพราะเท่าที่สังเกตดูมีแค่ไม่กี่คน  ที่ไปหยอดตู้ทำบุญ  ซึ่งมี 3-4 ตู้ แถว ๆ นั้น แต่ละคนที่เห็น แว๊ปๆ  ก็ 20 บ้าง เหรียญบ้าง  คุ้มหรอเนี่ย
แต่ก็ช่างเหอะ  อึ้งทึ่งต่อไป  จบที่สองจาน กับของหวานหนึ่งถ้วย  
ก็ยังไปไหนไม่ได้อีก  ต้องเดินเข้าคิวทิ้งเศษอาหาร เช็ดช้อนส้อม
ดีนะที่เป็นคนที่กินเรียบร้อยอยู่แล้ว  แต่ประทานโทษเถอะครับ
แอบมองจานคนข้างหน้า ข้างซ้ายข้างขวา (เขาเอาจาน ช้อส้อมที่ยังไม่ได้ใช้มาต่อคิวทำไมวะ)  จานนี่สะอาดเหมือนไม่เคยใช้งาน  พลัoเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนนึง ที่นั่งกินข้าวไม่ห่างจากเรามากนัก  ต่ออีกแถวนึง  มองจานแล้วก็ให้รู้สึกอาย  เราว่าเรากินสะอาด เรียบร้อยแล้ว  ยังเทียบไม่ได้กับ  จานเขาเลย เงาวับ ทั้งจาน ทั้งช้อนและส้อมเหมือนยังไม่เคยใช้   คิดอดสูในใจได้สักพัก
ถึงคิวเราต้องล้างจานช้อนส้อมคืน  อ่าว ไม่ได้ให้ล้างนี่ แค่ให้เช็ดให้สะอาด 
ด้วยเศษผ้า ด้วยทิชชู่ ทั้งจาน ช้อนและส้อม (ชาวบ้านชาวช่องรู้เลย ว่าเพิ่งมาวัดนี่นา)
เทียบจานเขาจานเรา  จานเราต้องใช้คำว่า  เลอะกันเลยทีเดียว..พอคืนจานช้อนส้อมเสร็จ
ก็ถามเขาว่า ตอนเที่ยงที่นี่มีอาหารแบบนี้อีกไหม  
คำตอบคือมี  แต่ต้องมาตอน 10.45 นะ อ่อ จิได้จำไว้จะกลับมาอีก 
เง้อออ.....  อิ่มแล้ว  ยังไม่ได้จ่ายสักบาท  ทำบุญหยอดตู้ตรงนั้นดีมั้ยนะ?
เอาน่ะ  เดี๋ยว 10.45 มาใหม่ ทำบุญตอนนั้นก็ยังไม่สาย
เดินออกมาที่จอดรถ สังเกตดู  มองรถแต่ละคันที่จอด ใกล้ ๆ
กับที่มอไซค์เราจอด  มันก็มีรถหลายระดับ  ตั้งแต่ ซิตี้ ยาริส จนถึงเบ้นซ์    
แต่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า คนที่ขับเบ๊นซ์น่ะ เขายังนั่งกินข้าวที่พื้น
เหมือนกันกับเราทุกอย่าง  ไม่แตกต่าง  อืม ก็นะ...แล้วไง อาจจะเป็นคนขับรถก็ได้ ฮิฮิ
..................
หาววววววววววววว  เกินงามละ  ยิ่งกว่าสามหาว นี่มันหาวที่ 5-6-7 และ
เหลือบมองดูนาฬิกาที่แขวนบนผนังห้อง 23.43 น.
โอกาสหน้าค่อยมาเล่าใหม่ละกัน  อิ่มท้อง 2 จาน พร้อมของหวาน ยังไม่ได้ใช้ตังสักบาท

มาตามดูว่า  เขาว่าวัดนี้เป็นวัดคนรวย มีแต่คนรวยที่เข้าได้
สารพัดสารเพ คำด่า เดี๋ยวค่อยมาต่อกัน